Necromancer (2005) จอมขมังเวทย์
ดูหนัง Necromancer (2005) จอมขมังเวทย์
ในปี 2548 วงการหนังไทยได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยภาพยนตร์ จอมขมังเวทย์ ที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงแนวหนังแอคชั่นในไทย แต่ยังผสมผสานความเชื่อทางไสยศาสตร์ในลักษณะใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจ เป็นการสร้างปรากฏการณ์ที่ทั้งแอคชั่นและสยองขวัญแบบไม่เคยมีมาก่อนในวงการภาพยนตร์ไทย
เรื่องย่อ จอมขมังเวทย์
Necromancer (2005) จอมขมังเวทย์ เล่าเรื่องราวในปี 2547 เมื่อเกิดการเคลื่อนย้ายนักโทษพิเศษที่มีพลังเหนือธรรมชาติจากเรือนจำเก่า ขบวนการเคลื่อนย้ายนี้ถูกล้อมรอบด้วยพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ โดยในขบวนนี้มี อิทธิ อดีตนายตำรวจหน่วยพิเศษที่มีพลังอาคมอันน่าสะพรึงกลัว การแสดงของอิทธิที่สามารถล่องหนและใช้พลังเหนือธรรมชาติสู้กับผู้คน จึงทำให้เขากลายเป็น “จอมขมังเวทย์” ที่ทุกคนในเรื่องต้องพยายามต่อสู้เพื่อเอาชนะ
เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อ 10 ปีต่อมา อิทธิ หายตัวไปจากห้องขังที่ปิดทึบราวกับเขาหายไปจากโลกนี้อย่างล่องหน จนกระทั่ง พ.ท.ทศพล อดีตเพื่อนของอิทธิได้ออกคำสั่งให้จับตัวอิทธิกลับมาทำการสอบสวนใหม่ เนื่องจากพลังไสยศาสตร์ของอิทธิมีอิทธิพลมากเกินไป และได้เกิดการเผชิญหน้ากับ ร้อยตรีสันติ นักสืบที่ต้องการจับกุมอิทธิไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเพื่อให้ได้ผล
รีวิวหนัง Necromancer (2005) จอมขมังเวทย์
จอมขมังเวทย์ 1 ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมในปี 2548 เนื่องจากการนำเสนอเรื่องราวแอคชั่นที่เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติ โดยการใช้ไสยศาสตร์มาเป็นส่วนสำคัญในเนื้อเรื่องทำให้หนังมีความแตกต่างจากหนังแอคชั่นทั่วไป การใช้คอนเซ็ปต์แอคชั่นทริลเลอร์ในรูปแบบนี้สะท้อนความเชื่อและประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างลงตัว
การกำกับและเขียนบทโดย ต้อม-ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ สามารถนำเสนอเรื่องราวได้อย่างสมจริงและเต็มไปด้วยความตึงเครียด นักแสดงหลักอย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช ที่รับบทเป็น อิทธิ ทำให้ตัวละครนี้มีความลึกซึ้ง ทั้งในแง่ของความทุกข์ทรมานจากการถูกจับจองจำและความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง
จอมขมังเวทย์ ได้รับการยอมรับอย่างมากจากทั้งผู้ชมและวงการภาพยนตร์ไทย เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพทั้งในด้านการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ การแสดง และการกำกับภาพยนตร์ โดยเฉพาะในปี 2548 ที่เป็นปีที่วงการหนังไทยมีการสร้างปรากฏการณ์หลายเรื่อง ซึ่ง จอมขมังเวทย์ ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำ หนังยังได้รับการยกย่องในการเป็นหนังแอคชั่นที่มีการนำเสนอแนวทางใหม่ในวงการ รวมถึงสามารถขยายออกมาเป็นภาคต่อที่ยังคงรักษาความน่าสนใจไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ในวันนี้ เมื่อ จอมขมังเวทย์ ครบรอบ 17 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงเป็นหนึ่งในหนังไทยที่มีความคลาสสิกและสามารถดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่ได้เรื่อยๆ จากความลงตัวในทุกองค์ประกอบ ทั้งการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ การแสดงที่ทรงพลัง และสไตล์การกำกับที่ยอดเยี่ยม หากคุณเป็นแฟนหนังแอคชั่นหรือหนังที่มีความผสมผสานของความเชื่อทางไสยศาสตร์ จอมขมังเวทย์ ยังคงเป็นหนังที่ไม่ควรพลาด